ประวัติครูสลา คุณวุฒิ

สวัสดีครับ ก็ขอบอกก่อนว่าอันนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่สอน แต่ชอบการแต่งเพลงของผู้ชายคนนี้ที่เก่งและนักร้องที่ร้องแล้วดัง….อยากดังเหมือนนักร้องคนอื่น ๆ แต่ไม่มีโอกาศ ดังนั้นเลยต้องมาเป็นครู…

ศิลปินครูประพันธ์เพลงแนวลูกทุ่งอิสาน ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดอุบลราชธานี เป็นทั้งนักร้องนักดนตรีและเป็นโปรดิวเซอร์เพลง และได

สลา คุณวุฒิ คลิ๊กที่ภาพ
 

 

ชื่อ-นามสกุล : สลา คุณวุฒิ

 

ที่อยู่ปัจจุบัน : ซ.ชยางกูร 21 จ.อุบลราชธานี

 

เวปไซต์ส่วนตัว , บล๊อก : http://www.kroosala.org/A>

 

คติประจำใจ :

 

สลา คุณวุฒิ ศิลปินครูประพันธ์เพลงแนวลูกทุ่งอิสาน ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดอุบลราชธานี เป็นทั้งนักร้องนักดนตรีและเป็นโปรดิวเซอร์เพลง และได้มีนักร้องหลายท่านนำเพลงประพันธ์ของครูสลาไปออกเป็นเทปแผงสู่ท้องตลาด ได้แก่มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ไมค์ ภิรมย์พร, ศิริพร อำไพพงษ์, ต่าย อรทัย

 

หลักประจำใจที่ครูสลาใช้เป็นแนวทางในการแต่งเพลงที่ไพเราะกินใจผู้ฟัง มีอยู่ 5 ประการ 1. ขึ้นต้นต้องโดนใจ 2. เนื้อในต้องคมชัด 3. ประหยัดคำไม่วกวน 4. ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา 5. จบเรื่องราวประทับใจ

 

ศิลปินนักร้องครูประชาบาล ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม “เทียนก้อม” ในอดีตที่สร้างสรรค์เพลง สะท้อนชีวิตครูและนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร ชนบทภาคอีสาน ปัจจุบันเป็นผู้สร้างสรรค์บทเพลง และกลอนลำที่แสนประทับใจหลาย ๆ กลอน ให้กับนักร้องลูกทุ่งดังหลาย ๆ คน เช่น มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ศิริพร อำไพพงษ์ ไมค์ ภิรมย์พร และคนอื่น ๆ อีกมากมายครับ ก็ขอแสดงความยินดีกับครูสลาในปี 2545 กับการสร้างสรรค์ผลงานได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากเนื้อร้องเพลง ด้วยแรงแห่งรัก

 
ชื่อจริง : สลา คุณวุฒิ

 

วัน-เดือน-ปีเกิด : 2 เมษายน 
การศึกษา : ศศ.บ. (บริหารการศึกษา) ภูมิลำเนา : บ้านนาหมอม้า จังหวัดอำนาจเจริญ
บิดาชื่อ : นายบุญหลาย คุณวุฒิ มารดาชื่อ : นางก้าน คุณวุฒิ
ชักนำเข้าสู่วงการ : พ.ศ. 2525 โดยคุณปัญญา คุณวุฒิ, คุณวิทยา กีฬา และคุณรุ่งเพชร แหลมสิงห์
ผลงานที่สร้างชื่อ : ล้างจานในงานแต่ง ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์ , น้ำตาหล่นบนโต๊ะจีน หัวใจลอยตัว ขับร้องโดย ไมค์ ภิรมย์พร, กระทงหลงทาง ขับร้องโดย ไชยา มิตรชัย จดหมายผิดซอง ขับร้องโดย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย และล่าสุดกระหึ่มอยู่ในขณะนี้คือ ปริญญาใจ ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์
ผลงานเพลงเกียรติยศ : ใต้ฟ้าเดียวกัน แต่งให้ ไมค์ ภิรมย์พร ขับร้องหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ปัจจุบัน : ลาออกจากการเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านดอนชี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มาเป็นนักแต่งเพลงอย่างเต็มตัวแล้ว
ที่อยู่ปัจจุบัน : 196 ซอยยางกูร 21 ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์ (045) 312187 , 01-8763523

 

เพื่อให้เหมาะสมกับประเพณีบายศรีสู่ขวน ต้องฟังเพลงนี้ประกอบ กินดองน้องนาง ของศิลปินครูบ้านป่าคนบ้านเดียวกันครับ พร้อมด้วยเพลงสร้างชื่อเสียงให้กับเขา วอนลมเกี่ยวใจ

 

ข่าวร้ายในข่าวดีของ ‘ครูบ้านป่า’
สงกรานต์ปีนี้ (2547) มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย สำหรับนักแต่งเพลงที่ชื่อ ‘สลา คุณวุฒิ’
ข่าวดีคือ บริษัท แกรมมี่โกลด์ จัดงานฉลองยอดขาย 1 ล้านม้วนให้กับอัลบั้ม ‘ดอกหญ้าในป่าปูน’ ของ ‘ต่าย อรทัย’ ชัยชนะของลูกทุ่งวัยทีนจากนาจะหลวย อุบลราชธานี เป็นกรณีศึกษาที่ทำให้ค่ายเพลงหลายแห่ง ต้องหันมาทบทวนแนวทางการปั้นนักร้องใหม่

 

ข่าวร้ายก็คือ มีขบวนการปล่อยข่าว ‘สลาถูกแกรมมี่ฟ้อง’, ‘สลาแยกตัวไปตั้งค่ายเพลงใหม่’ ฯลฯ ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวงการเพลงลูกทุ่ง ยิ่งชื่อของ สลา คุณวุฒิ ถูกชื่นชมและถูกยกย่องจากสังคมมากเพียงใด แรงริษยาจากคนบางกลุ่ม ก็มีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

ลึกๆ แล้ว สื่อมวลชนสายบันเทิงบางคน อาจไม่รู้ว่ากว่าจะถึงวันนี้ของครูสลา ต้องใช้ความมานะอดทนแค่ไหน และมันไม่ใช่ช่วงเวลา 2-3 ปีก็มีชื่อเสียงขึ้นมาแน่นอน หากย้อนกลับไปที่เพลง ‘สาวชาวหอ’ ซึ่งบันทึกเสียงโดย ‘รุ่งเพชร แหลมสิงห์’ ผ่านมาถึง ‘จดหมายผิดซอง’ ขับร้องโดย ‘รุ่งนคร พรอำนาจ’ จนมาถึง ‘กระทงหลงทาง’ ของ ‘ไชยา มิตรชัย’ และ ‘ยาใจคนจน’ ของ ‘ไมค์ ภิรมย์พร’ มันใช้เวลาเกือบ 20 ปี และยังไม่นับเวลาที่จมหายไปกับค่ายเพลงเล็กๆ อย่าง ‘สหกวงเฮง’ อีกหลายปี จนไร้วี่แววว่าจะมีอนาคตอันสดใสบนถนนลูกทุ่งสายนี้

ถ้าไม่มีความมุ่งมั่นและมานะบากบั่นกันจริงๆ แล้ว ก็ต้องถอดใจลาไปตั้งแต่ส่งเพลงนับร้อยเพลงมาให้ ‘ครูเพลง’ คนหนึ่งพิจารณา แต่สอบไม่ผ่านสักเพลงเดียว หลังจากเพลง ‘สาวชาวหอ’ ได้รับการบันทึกเสียง
ในวันที่สลา ตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการครู เขาเลือกแล้วที่จะทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการแต่งเพลง แต่การขายเพลงอย่างเดียว มิอาจทำให้ชีวิตครอบครัวมั่นคงขึ้นมาได้อย่างแน่นอน เขาจึงต้องรับจ้างเป็น ‘โปรดิวเซอร์’ ให้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ เป็นนักจัดรายการวิทยุ และรับจ้างร้องเพลงตามงานคอนเสิร์ตทั่วไป

 

สลา เคยถูกแกรมมี่โกลด์ทาบทามให้มานั่งเป็น ‘ผู้บริหาร’ ค่ายเพลงในเครือ แต่เขากลับเลือกที่จะเป็น ‘นักแต่งเพลงอิสระ’ มากกว่า ถึงกระนั้นในความเป็นมืออาชีพ สลาก็ยังทำงานเป็น ‘โปรดิวเซอร์’ ให้กับแกรมมี่โกลด์ ดูแลนักร้อง 5 คน คือ ไมค์ ภิรมย์พร, ศิริพร อำไพพงษ์, เอกพล มนต์ตระการ, ต่าย อรทัย และ ศร สินชัย ในอนาคต สลายังมีโครงการปั้น ‘ดาวรุ่ง’ ดวงใหม่ประดับค่าย เหมือนที่สร้าง ‘ต่าย อรทัย’ จนประสบความสำเร็จ

 

ด้วยสัมพันธภาพกับแกรมมี่ทำนองนี้ จึงทำให้ ‘คนบางกลุ่ม’ พยายามจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างแกรมมี่กับสลา โดยยกกรณีการแต่งเพลง ‘ติด ร.วิชาลืม’ ให้ ‘แอร์ สุชาวดี’ นักร้องสังกัดชัวร์ออดิโอ มาเป็นประเด็นข่าวพาดหัวหน้า 1 หนังสือพิมพ์บันเทิงรายสัปดาห์ และขยายผลในวงกว้างว่า สลามีปัญหากับแกรมมี่ ถึงขั้นแตกหักและแยกทางกันเดิน แต่ระเบิดลูกนี้จุดไม่ติด เนื่องจากข่าวไม่มีมูล แถมคนปล่อยข่าวก็จัดอยู่ในกลุ่ม ‘เสือ สิงห์ กระทิง แรด’ จึงไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่พวกเขานำเสนอ

 

จะว่าไปแล้วในภาพกว้างชื่อของสลา กับค่ายแกรมมี่นั้น แยกกันไม่ออก แต่ด้านลึกคนที่อยู่ในวงการนี้แบบ ‘ตัวจริงเสียงจริง’ จะทราบดีว่าครูเพลงบ้านป่าคนนี้อุดมไปด้วย ‘เพื่อน’ และ ‘พวก’ ซึ่งในความเป็นนักเพลงที่มีเพื่อนมากนี่เอง จึงทำให้ ‘เพลงยอดนิยม’ พ.ศ.นี้ กว่าร้อยละ 90 เป็นผลงานของสลา อันกระจายอยู่เต็มแผงเทป และโดยมารยาท เราคงไม่ต้องบอกหรอกว่า มีเพลงดังเพลงไหนบ้างที่ ‘สลา คุณวุฒิ’ แต่ง..ลองฟังเนื้อหาดูแล้วเดาเล่นๆ ก็เชื่อว่าน่าจะถูกเกินกว่าครึ่ง!

 

ข้อมูลจาก http://202.143.136.2/A>

 

ผลงาน

 

  • จังหัน 1 (พ.ศ.2541)
  • จังหัน 2 (พ.ศ.2542)
  • จังหัน 3 (พ.ศ.2543)
  • ตามหากุดจี่ (พ.ศ.2546)
  • 2 ทศวรรษ สลา คุณวุฒิ ชุด มวลมิตรลิขิตเพลง (พ.ศ.2548)
  • 2 ทศวรรษ สลา คุณวุฒิ ชุด รวมใจเหล่าผองศิษย์ (พ.ศ.2548)
  • 2550 ด้วยรักแด่ ครูสลา นักร้องรับเชิญ ต่าย อรทัย , ศิริพร อำไพพงษ์

 

—————————————-

 

สลา คุณวุฒิ คนเขียนฝัน-ปั้นดาว

 

อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินยอดนิยมมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไมค์ ภิรมย์พร, ศิริพร อำไพพงศ์, มนตง์สิทธิ์ คำสร้อย ล่าสุด ต่าย อรทัย ด้วยฝีไม้ลายมือการเขียนเนื้อร้องและทำนองที่โดนใจคอเพลงลูกทุ่ง อาทิ จดหมายผิดซอง, กระทงหลงทาง, ยาใจคนจน, ปริญญาใจ, โทรหาแหน่ เด้อ ทำให้วันนี้ “ครูสลา คุณวุฒิ” ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งครูเพลงชั้นแนวหน้าของวงการลูกทุ่งไทยอย่างเต็มตัว

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ครูสลาเป็นเพียงครูประชาบาลคนหนึ่ง แต่เพราะต้องการช่วยเหลือกิจกรรมในหมู่บ้านและโรงเรียน จึงผันตัวเองมาเขียนและร้องเพลงเพื่อหาเงินทุนไปช่วยเหลือ

“ผมเกิดที่อำนาจเจริญ อาชีพครูเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยก่อนนั้นอาชีพรับราชการที่คนบ้านนอกคนหนึ่งมีสิทธิเป็นได้มีเพียงตำรวจและครูเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นถือว่าไกลเกินกว่าที่พ่อแม่ชาวไร่ชาวนาจะส่งลูกไปถึง เมื่อเรียนจบจากโรงเรียนประจำจังหวัด ผมจึงไปสอบเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี พอเรียนจบก็สอบบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนในจังหวัดบ้านเกิด”

การพลิกทางเดินชีวิตครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยสวยงามนัก แต่เขาก็เต็มใจที่จะค้นหา เพราะถือว่าเป็นประสบการณ์แรกในชีวิตทำงาน อีกทั้งยังได้เรียนรู้หลาย สิ่งหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว เป?นเด็กฝึกงานที่มายานิมิตเพียง 2 ปี เขาก็ตัดสินใจย้ายตัวเองเข้าสู่ชายคา บริษัท ออฟติมัมฯ ซึ่งเป็นบ้านหลังแรกที่ทำงานเกี่ยวกับ อีเว้นท์ออแกไนเซอร์

ครูสลา บอกว่า เส้นทางการเป็นนักแต่งเพลงของเขาเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชีวิตเป็นนักศึกษา และการที่ไปรˆวมทำกิจกรรมของวิทยาลัยบ่อยๆ ทำให้ค้นพบ พรสวรรค์ด้านนี้โดยบังเอิญ

“ตอนนั้นมีโอกาสตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ เพื่อทำกิจกรรมนักศึกษา โดยแต่งเพลงเอง และ ร้องเอง พอเรียนจบก็เอาเพลงที่แต่งเก็บไว้ ส่งไปให้อาจารย์รุ่งเพชร แหลมสิงห์ พิจารณา และท่านเลือกเพลง “สาวชาวหอ” ไปขับร้อง คนที่ได้ฟังก็ชอบ ทำให้เราได้ใจ จึงหันมาฝึกเรื่องเขียนเพลงมากขึ้น”

แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ทำเพื่อตอบสนองความสนุกสนาน แต่สิ่งนี้กลับเป็นประกายไฟดวงน้อยที่รอวันลุกโชน

“เวลาที่ไปทำงานร่วมกับพี่น้องในชุมชนต่างๆ ได้พบเห็นเรื่องราวหลายด้านจึงนำมาเขียนเป็นเพลง คิดอะไรก็เขียนไปอย่างนั้น แล้วก็ส่งให้คนนั้นคนนี้ร้อง คล้ายๆ กับเป็นการเขียนเพลงเพื่อผ่อนคลายความเครียดหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก และถือเป็นเรื่องของ ความโชคดีที่ได้รับการยอมรับจากคนฟัง มีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้น บังเอิญว่าชอบร้องเพลงอยู่ด้วยก็เลยทำงานด้านนี้มาตลอด เป็นครูสอนหนังสือด้วย แต่งเพลงไปด้วย”

ครูสลา บอกกับเราว่า กว่าจะมายืน ณ จุดนี้ได้ นอกจากมีเสียงเพลงและบทกวีในสายเลือดแล้ว การไขว่คว้าหาความรู้มาสู่ตัวอยู่เสมอจะเป็นการสร้างสมประ สบการณ์ทำให้ตนเองกล้าแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

“ผมฝึกฝนและเรียนรู้การแต่งเพลงจากการมองครูบาอาจารย์นักเขียนเพลงที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น ครูชลธี, ครูลพ บุรีรัตน์, ครูไพบูลย์ เราชื่นชมผลงานของท่าน พอเราชอบก็เกิดการเรียนรู้ไปในตัว และการที่เราชอบทำให้เราพยายามวิ่งเข้าไปหา แม้จะเป็นแบบครูพักลักจำก็ตาม จนมีโอกาสเห็นตัวตนจริงๆ ของท่านจึง ได้เรียนรู้อย่างจริงจังมากขึ้น นอกจากนี้ เพลงแต่ละเพลงก็แต่งจากอารมณ์ความรู้สึกของเราที่ประสบมา เล่าให้ตัวเองเข้าใจก่อนแล้วจึงค่อยเรียบเรียงถ่ายทอด ให้คนอื่นเข้าใจด้วย”

ในที่สุดความฝันที่เฝ้าฟูมฟักมานานก็ถึงเวลาเปล่งประกายสู่มวลชน เมื่อเพลง “จดหมายผิดซอง” ขับร้องโดย มนตŒสิทธิ์ คำสร้อย และ เพลง “กระทงหลง ทาง” ขับร้องโดย ไชยา มิตรชัย เข้าวินเพลงยอดนิยมของมหาชน

“ชื่อเสียงของผมเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นคงเป็นเพลงล้างจานในงานแต่ง ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงศ์ แต่ที่ดังมากๆ คือเพลงจดหมายผิดซอง ซึ่งเขียนให้ มนตŒสิทธิ์ คำสร้อย และ เพลงกระทงหลงทาง ที่ได้ ไชยยา มิตรชัย มาร้อง เรียกว่าเพลงฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง หลังจากนั้น ผมมาร่วมงานกับบริษัทแกรมมี่ ในปี 2538 โดยมาทำเพลงให้ไมค์ ภิรมย์พร ชุดยาใจคนจน และศิลปินอีกหลายคนในสังกัดแกรมมี่โกลด์ อาทิ ศิริพร อำไพพงศ์ เอกราช สุวรรณภูมิ ก็อต จักรพรรณ อาบครบุรี และ ต่าย อรทัย”

ครูสลา นักเขียนเพลงคนดัง เล่าให้ฟังว่า ศิลปินแต่ละคนมีจุดเด่นต่างกัน ดังนั้น การจะคิดงานหรือเขียนเพลงให้ใครร้องต้องมีการศึกษาบุคลิกลักษณะของ ศิลปินคนนั้นก่อน เพื่อให้ผลงานออกมาเหมาะสมที่สุด

“เราจะมองตัวตนของเขา ว่ามีบุคลิกลักษณะที่เหมาะกับเพลงลีลาแบบไหน อย่างไมค์ ภิรมย์พร นี้ เดินออกมากินก๋วยเตี๋ยวแถวปากซอยด้วยกันบ่อย ก็มีโอกาส เรียนรู้นิสัยใจคอของเขา หรือ ต่าย อรทัย ก็เหมือนกับว่าเป็นลูกหลาน เราไปดึงเขามาจากโคลนมาปั้นแต่ง โดยอาศัยความเป็นตัวตนของเขาด้วย เขาควรพูด อะไรที่ออกมาแล้วคนเชื่อ เพราะความเชื่อนำพาไปสู่ความชอบ ผมคิดอย่างนั้น กว่าจะออกมาเป็นศิลปินนักร้องที่คนรักและชื่นชอบทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ต้องศึกษา พอสมควร เพียงแต่ว่าความคิดที่เรารู้สึกกับที่คนฟังรู้สึกตรงกันหรือเปล่า ถ้าตรงกันถือว่าสำเร็จ ถ้าไม่ตรง แสดงว่าเราต้องปรับปรุงใหม่”

แนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนออกมาเป็นงานเพลงคุณภาพ สื่อให้เห็นถึงมุมมองของนักแต่งเพลงที่มีความหลากหลาย

“วิธีการมองเพลงโดยส่วนตัวของผมแล้ว ไม่ได้แบ่งความรู้สึกว่าเป็นประเภทนั้นประเภทนี้ ผมฟังได้ตั้งแต่หมอลำไปจนถึงเพลงสากล อะไรเพราะก็ฟังเรื่อยๆ แล้วพอมาทำงานก็ไม่แบ่งเหมือนกัน เพียงแต่มองว่านักร้องคนนี้แฟนเพลงของเขาคือใคร จะเลือกใช้ภาษาที่ตรงกับตัวเขาและแฟนเพลงอย่างไร ใครจะเรียก ว่าเป็นเพลงอะไรก็สุดแท้ แต่รวมๆ แล้ว ก็อยู่ในขอบข่ายของคำว่าลูกทุ่ง หรืออาจจะมีเนื้อหาบางอย่างอยู่ในโซนสร้างสรรค์ เพื่อชีวิต อันนั้นก็แล้วแต่ว่าคนฟัง จะมองว่าเป็นอะไร แต่ถ้าถามว่าแต่งได้ทุกแนวใช่หรือไม่ก็ไม่เชิง ขึ้นอยู่กับว่าเราเจอเรื่องอย่างไรก็ถ่ายทอดออกมาอย่างนั้นมากกว่า”

บทเพลงส่วนใหญ่ที่ครูสลาเขียนขึ้นมา นอกจากจะมีเนื้อหาที่กินใจและเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกคนฟังแล้ว บางเพลงยังสอดแทรกวัฒนธรรมท้องถิ่นลงไปด้วย ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เราไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก

“ตรงนี้ผมคิดว่าวัฒนธรรมของบ้านเราไม่ว่าภาคไหน มันมีความดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่ได้รับการจรรโลงของคนรุ่นต่อมา ไม่นานมันก็จะสูญหายไป ทีนี้เรา ก็มาคิดว่าจะทำอย่างไร ถ้าทำแบบลักษณะอนุรักษ์ คนรุ่นใหม่ก็จะไม่เสพ เพราะมองว่าล้าสมัย แต่ถ้าเราเอางานเก่า แต่มาเล่าโดยคนใหม่ โอกาสที่จะเข้าไปถึง เด็กวัยรุ่นก็มากขึ้น สมมติว่า แฟนเพลงของต่าย อรทัย เป็นเด็กวัยรุ่น เป็นหนุ่มสาวชาวบ้าน ถ้าเราเอาเพลงพื้นเมืองให้ร้องสัก 1 เพลง โอกาสที่จะเข้าถึงคนกลุ่ม นี้ก็มีสูง คิดว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งของการดูแลรากเหง้าของวัฒนธรรม”

และเมื่อถามถึงหลักในการทำงานว่ามีหลักในการบริหารให้ลงตัวได้อย่างไร ครูสลาตอบเราเพียงสั้นๆ ว่า

“พี่ยึดหลักที่ว่า ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าเสแสร้ง โกหกตัวเองหรือแฟนเพลง รู้สึกอย่างไรก็ถ่ายทอดออกไปอย่างนั้น ส่วนจะใช้วิธีการใดมันเป็น เรื่องของศิลปะในการนำเสนอ เพราะสังคมยุคนี้เป็นยุคที่ไวต่อการสื่อสาร เราไม่สามารถที่จะบิดพลิ้วอะไรได้อีกแล้ว ความบริสุทธิ์ใจ คำนี้พี่เชื่อว่าจะเป็น เครื่องคุ้มครองเราได้ดีที่สุด ดียิ่งกว่าเกราะกำบังอื่นใด”

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าเมื่อประสพความสำเร็จแล้ว ควรเผื่อแผ่สังคมบ้าง และเจตนารมณ์นี้เองจึงบังเกิดเป็น “กองทุนศิลปินครูบ้านป่า” เพื่อเป็นการจุด ประกายความฝัน และเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสได้ก้าวขึ้นมาพิสูจน์ความสามารถของตัวเองเหมือนเช่นที่ตนเคยได้รับโอกาสมาก่อนหน้าแล้ว และเมื่อเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสายนี้แล้ว จึงอยากขอบคุณและตอบแทนสังคมที่เคยให้โอกาส

“ก่อนหน้านี้ อยากเป็นครูที่ดี อยากสอนเด็ก ได้เจออะไรก็ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องสั้น นวนิยาย หรือเป็นบทเพลงก็ได้ทำมาแล้ว ณ วันนี้ ยิ่งมีโอกาสตั้งกอง ทุนและทำงานเพื่อสังคม ถือว่าเป็นความสุขที่สุด ในวันข้างหน้าถ้าจะให้ดีกว่านี้ อยากให้กองทุนของเราเติบโต และให้ประโยชน์อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น”

ความสำเร็จที่งดงามของ “สลาครูเพลง” ในวันนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีความฝัน มีเป้าหมาย มีความตั้งใจ มุ่งมั่น ประกอบกับเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์อย่าง ไม่มีวันหยุด สำหรับใครที่มีความฝันและกำลังเดินทางค้นหาอยู่ ครูสลามีคำแนะนำดีๆ มาฝากครับ

“ถ้าสนใจเป็นนักเขียนเพลง ควรฟังเพลงมากๆ ฟังทุกแนวยิ่งดี ศึกษาหาข้อมูลเยอะๆ ติดตามวงการเพลงอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้แนวทางว่าเราจะเข้าไปค้น หาฝันอย่างไร ที่สำคัญ ต้องหมั่นฝึกฝน มีความอดทน และมีความงดงามในหัวใจ คิดว่าความงดงามในใจนี้เองที่จะช่วยให้เราฝ่าฟันไปถึงจุดหมาย”

ณ วันนี้ ครูสลาภาคภูมิใจกับผลงานที่สร้างขึ้นทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นบทเพลงหรือปั้นดินให้เป็นดาวในวงการเพลงลูกทุ่งไทย ภูมิใจและซาบซึ้งที่มีแฟนเพลงชื่น ชอบผลงานไปทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีที่สุด และ เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ

 

 

 

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s