โรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School)

City Edu/April 10/โรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School)

ธนสาร  บัลลังก์ปัทมา

พิมพ์ครั้งแรก นิตยสารจุลทัศน์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 เดือนเมษายน 2553

โรงเรียนมาตรฐานสากล ของกระทรวงศึกษาธิการ  มาจากโครงการโรงเรียนดี 3 ระดับ(ระดับสากล ระดับอำเภอ และระดับตำบล)  โรงเรียนมาตรฐานสากล (World – Class Standard School) คือ โรงเรียนที่เกิดจากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (ยุคนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์) ที่ต้องการยกระดับโรงเรียนชั้นนำ จำนวน 500 แห่งทั่วประเทศ  ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ให้เป็นโรงเรียนดีมีมาตรฐานสากล  โรงเรียนมาตรฐานสากล  จะต้องมีหลักสูตรเด่นที่เน้นมาตรฐาน   ซึ่งหลักสูตรนั้นต้องประกอบด้วย 8 สาระการเรียนรู้ ผนวกกับความเป็นสากลที่ประกอบด้วย ทฤษฎีองค์ความรู้ ชักนำเด็กสู่การคิดโครงงาน และสามารถเสนอผลงานได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้น ต้องอยู่ภายใต้การบริหารที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ  คือ  มีผู้นำล้ำเลิศความคิด   ครอบคลุมภาระกิจทุกด้าน  ปัจจัยพื้นฐานครบถ้วน สามารถสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนา   ซึ่งหากผู้เรียนได้ผ่านเข้าสู่ระบบของโรงเรียนมาตรฐานสากล 2 ประการแล้ว ผลที่ได้  คือ  ผู้เรียนจะมีศักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen) ที่อยู่ภายใต้บริบท ยอดเยี่ยมวิชาการ สื่อสารอย่างน้อย 2 ภาษา ล้ำหน้าทางความคิดผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่เพียงเท่านั้น การกล่อมเกลาผู้เรียนที่จะต้องมีศักยภาพเป็นพลโลกจะต้องพร้อมใจกันร่วมอนุรักษ์โลก เนื่องจากความเป็นสากลที่ถูกปลูกฝังอยู่ในหัวใจของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อวางแนวทางการดำเนินงานโรงเรียน ผนวกกับภาพความสำเร็จของผลผลิตซึ่งคือผู้เรียนที่มีคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้ว จึงได้มีการวางเป้าหมายการพัฒนาและยกระดับโรงเรียนมาตรฐานสากลที่จะต้องพัฒนาโรงเรียนในปี 2553 ให้ได้ 200 แห่ง ปี 2554 จำนวน 200 แห่ง และปี 2555 จำนวน 100 แห่ง เพื่อให้ครบ 500 แห่ง ภายใน 3 ปี

สิ่งที่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการใน 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร ที่ในปีการศึกษา 2553 จะมีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จำนวน 500 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร English Program (EP), Mini English Program (MEP), International English Program (IEP) หรือ International Baccalaureate (IB) หลักสูตรความเป็นเลิศเฉพาะทาง อาทิ วิทย์-คณิต ภาษา อาชีพ ดนตรี กีฬา ฯลฯ ให้มีความเข้มข้นเทียบเคียงมาตรฐานสากล เรียกได้ว่า หากผู้เรียนมีความประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศใด ก็สามารถเข้าศึกษาต่อได้ทันที

การพัฒนาการสอนสาระการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์โดยใช้ภาษาอังกฤษ (สำหรับโรงเรียนไม่ใช้สูตร EP/IEP/MEP) จำนวน 325 แห่ง  พัฒนาครูผู้สอน ทั้งในสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่ 2 (จีน  ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และอื่น ๆ) จาก 234 แห่ง รวม 1,200 คน  และสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์เพื่อใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอน จำนวน 325 แห่ง รวม 4,125 คน พัฒนาผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 500 แห่ง และพัฒนาระบบการบริหารโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อให้โรงเรียนทั้ง 500 แห่ง เป็นสถานศึกษาที่เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลอย่างเต็มระบบ โดยแบ่งเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับมัธยมศึกษา จำนวน 381  โรงเรียน และโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน119 โรงเรียน

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การจัดการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับประถมศึกษาที่เริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และในระดับมัธยมศึกษา ทั้งนี้เพราะสภาพปัจจุบันผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ยังอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง การจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพื่อสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ยังหาได้ยากโดยเฉพาะครูต่างชาติ รวมถึงผลการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นในโรงเรียนระดับประถมศึกษาสำหรับโรงเรียนที่ไม่ได้เปิดโปรแกรม MEP EP หรือ IEP น่าจะพบปัญหาอย่างแน่นอน ควรต้องมีการณ์เตรียมการณ์วางแผนบุคลากรให้พร้อมเพรียง และรัฐต้องทุ่มงบสนับสนุนให้เพียงพอเพื่อสนองนโยบายเรียนฟรี 15 ปี โดยไม่เป็นภาระผู้ปกครอง

สิ่งที่ควรตระหนักอีกประการ จากการติดตามข่าวหนังสือพิมพ์จะพบว่าการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ด้วยภาษาอังกฤษในมาเลเซียที่จัดทั้งประเทศ ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ด้วยภาษาอังกฤษ จึงควรใช้ในโรงเรียนที่มีความพร้อมก่อน เช่น โรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนยอดนิยมที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและงบประมาณ(โดยไม่ต้องเก็บเพิ่ม) นอกจากนี้ยังมีคำถามคาใจว่าถ้าเด็กไม่เก่งภาษาอังกฤษจะทำอย่างไร ทางออกที่ดีจึงควรจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ด้วยภาษาอังกฤษเพียงบางห้องเรียน

นอกจากนี้ยังมีรายวิชาที่ต้องเปิดเพิ่มเติมหรือบูรณาการกับวิชาอื่น เช่น ความเรียงขั้นสูง วิชาการสร้างองค์ความรู้ หรือ วิชาทฤษฎีความรู้Theory of knowledge (TOK) โครงงานเพื่อจิตสาธารณะ และวิชาพลโลก///

ในปีการศึกษา 2555 ได้มีการปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล เพิ่มสาระความเป็นสากลโดยกำหนดบูรณาการ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS)  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 อาจจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้เฉพาะและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้ครอบคลุม IS 1 : Research and Knowledge Formation  และ IS 2 : Communication and Presentation และเปิดรายวิชาเพิ่มเติม 1 รายวิชา (40 ชั่วโมง/สัปดาห์) ใช้ชื่อรายวิชาการค้นคว้าเพื่อการเรียนรู้ (Knowledge  Inquiry) อาจจัดไว้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาค้นคว้าเพื่อเรียนรู้(Knowledge Inquiry) กระบวนการเรียนรู้ครอบคลุม IS 1 : Research and Knowledge Formation  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้   IS 2 : Communication and Presentation การสื่อสารและการนำเสนอ และ IS 3 : Social Service Activity การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม และภาษาอังกฤษฟัง-พูด (English Listening – Speaking) ผสานกับการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษโดยครูไทยควบคู่กับครู Native Speaker และจัดกิจกรรมอื่นตามเป้าหมายของกรอบหลักสูตร

รายวิชาค้นคว้าเพื่อเรียนรู้(Knowledge Inquiry) แสวงหาความรู้ การตั้งประเด็นคำถาม สมมุติฐาน  วางแผนดำเนินงาน ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งต่างๆ  สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า เขียนรายงาน เอกสารวิชาการนำเสนอผลจากการศึกษาค้นคว้า โดยสื่อรูปแบบต่างๆ โดยอาจจัด ดังนี้

IS 1 ร่องรอยหลักฐานการการศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ การตั้งประเด็นคำถาม สมมุติฐาน  วางแผนดำเนินงาน ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งต่างๆ  สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า

IS 2 ผลงานเชิงคุณภาพ 1 ชิ้น ลักษณะเป็นการนำเสนอเอกสารรายงานผลจากการศึกษาค้นคว้า เชิงวิชาการตามความสามารถและเหมาะสมกับวัยเด็ก โดยใช้สื่อรูปแบบต่างๆ

- ประถมศึกษา:    รายงานที่มีลักษณะเป็นงานเขียนความเรียง ประกอบผลงานง่ายๆ ที่มีบรรณานุกรม (ตามรูปแบบที่เรียนในกลุ่มสาระภาษาไทย)

- มัธยมศึกษาตอนต้น:     รายงานเชิงวิชาการ(รายงาน 5 บท ที่ครูคอยแนะนำ ชี้แนะ) (ตามรูปแบบที่เรียนในกลุ่มสาระภาษาไทย)

- มัธยมศึกษาตอนปลาย: รายงานเชิงวิชาการ(รายงาน 5 บทที่แสดงถึงการสร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเอง การใช้กระบวนการกลุ่ม) ที่มีการอ้างอิง มีบรรณานุกรม (ตามรูปแบบที่เรียนในกลุ่มสาระภาษาไทย)

IS 3 ผลการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (อาจเป็นรูปเล่มรายงานประกอบนิทรรศการ หรือการประเมินระหว่างการปฏิบัติงานแล้วประมวลภาพมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในห้อง) 

IS1 - TOK : ทฤษฎีความรู้ (ขั้นตั้งคำถาม สมมุติฐาน)

GE : โลกศึกษา (ขั้นสืบค้นความรู้)

IS2 -   EE:  ความเรียงขั้นสูง (ขั้นสรุปองค์ความรู้)

IS3 –   CAS :  กิจกรรมสร้างสรรค์ (ขั้นสื่อสาร และขั้นนำเสนอ-บริการสังคม)

About these ads

One comment on “โรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School)

  1. ตอนนี้ที่มาอบรมของ ดร. เสาวนิตย์ ชัยมุกสิก นั้นเป็นอีกแบบหนึ่งครับ อันนี้ก็เป็นแบบแรกที่ออกมา ผมเองอบรมตอนปี 54 แต่วันนี้ตอนที่เขียนคอมเมนท์นี้ ผมเองได้มาอบรมอีกแบบหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s