การสอบ O-NET

1486182805432-1428961977

สวัสดีครับนักเรียนและเพื่อนครูที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บครูใจ ในวันนี้ เป็นวันสอบโอเน็ตนักเรียน ป.6 และ ม.3 ซึ่ง ป.6 จะสอบวันเดียว และ ม.3จะสอบสองวันนั้น จากปัญหาที่พบเจอคือ นักเรียนในปีนี้เกือบทุกโรงเรียนไม่ค่ ยได้เตรียมพร้อมสักเท่าไร ที่เตรียมคือ ครูผู้สอนและโรงเรียนที่จัดก จกรรมการติวขึ้นก่อนสอบ ซึ่งครูใจก็ทำอย่างนั้น ซึ่งจากการประเมินดูแล้วนักเรียนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการสอบมากนัก และจากการสอบที่ผ่านมาการสอบโอเน็ตก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะบางโรงเรียนไม่สามารถวัดนักเรียนจากการสอบได้ เช่นเด็กไม่เก่งสอบได้คะแนนเยอะ ในขณะที่นักเรียนเก่งสอบได้คะแนนน้อย แต่ในโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้

ที่นี้พอนักเรียนสอบตกละ จะโทษใคร โทษที่ครูที่สอนไม่ดี หรือโทษนักเรียนที่เรียนไม่เก่ง ไม่สนใจ หรือโทษหลักสูตรที่ทำให้เนื้อหายากขึ้น คงไม่มีใครโทษใครได้ ครูใจเองก็มาพิจารณาตัวเองด้วยเหมือนกัน ว่าต่อไปนี้เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะนำมาสอน ทั้งพื้นฐานเด็ก และกลวิธีการสอน ซึ่งอีกอย่างที่ต้องคำนึงคือการวัดและประเมินผล เพราะเชื่อได้เลยว่าเด็กหลายคนต้องใช้วิธีวัดและประเมินที่ไม่เหมือนคนอื่น และนอกจากนี้ ตอนนี้มีการรายงานนักเรียนที่เป็นนักเรียนเรียนร่วม  ให้ สพฐ. รับทราบแต่ก็ไม่เห็นว่าทางศนย์สอบจะมีการจัดห้องสอบให้นักเรียนเหล่านี้เฉพาะเลย ก็เลยอยากฝากผู้ใหญ่ช่วยเข้ามาดูแลเด็กเหล่านี้ด้วย เพราะบางครั้งการสอบโอเน็ตเหมือนกับเป็นการฆ่าพวกเขาทางอ้อม

Advertisements

การสอบโอเน็ตในความคิดของเด็ก ๆ คืออะไร

 

U22VOC

สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับครูใจในวันสอบโอเน็ตวันที่ 2 ซึ่งสอบเสร็จไปด้วยความเรียบร้อย ครูใจมีโอกาสไปคุมสอบโอเน็ตของอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งก่อนอื่นอยากบอกว่าปีนี้ทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ให้งบประมาณในการยกระดับผลการสอบโอเน็ตขึ้น มีการตั้งศูนย์ติวและครูใจก็ได้เป็นหนึ่งในติวเตอร์วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งก่อนจะมาพูดถึงเรื่องการสอบโอเน็ตในวันนี้ก็ขอสืบเนื่องไปในเรื่องของการติวโอเน็ตสักหน่อย ผมคิดว่าการตั้งศูนย์ติวดีนะครับ ส่วนหนึ่งครูได้ติวก่อนสอบ ซึ่งหลายๆ คนก็คิดว่าการติวเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของครู แต่จริง ๆ แล้วการติวนั้นเป็นการทบทวนเนื้อหาให้นักเรียน เพราะผมเชื่อได้เลยว่าใคร ๆ ที่เรียนมาเป็นเวลา 3 ปี แล้วมาสอบทีเดียวคงทำไม่ได้ ขนาดเราสอนต้นเทอมและมาสอบกลางภาคเด็กยังทำไม่ได้เลยครับ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่นักเรียนของใครนะครับ สำหรับโรงเรียนของครูใจนั้นเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เด็ก ๆก็เลือกไปเรียนในตัวอำเภอกันหมด ครับมาดูการติวกันก่อนนะครับ จะสังเกตได้ว่าคุณครูทุกท่านได้เตรียมเทคนิคการทำข้อสอบมาให้นักเรียนกันเต็มที่เลย รวมตัวผมด้วย แต่พอขึ้นเวทีติว เด็กในหอประชุม 400 คน ต่างคนต่างไม่มีสมาธิเลย คุยกันจนผมคิดว่าจะได้อะไรกลับไปหรือเปล่า สู้เอาไปติวกันที่โรงเรียนดีกว่า เด็กใครเด็กมัน เพราะเด็กเราเราควบคุมได้ แต่เด็กคนอื่นเราไปว่าไม่ได้ พอมาเมื่อวาน วันเสาร์ สอบตั้งแต่เช้า ผมลองถามเด็กในห้องสอบที่ผมคุมนะครับว่าใครอ่านหนังสือมาไม่มีใครยกมือ แต่ผมก็คิดว่ามีคนอ่านแน่นอน แต่ไม่กล้ายกเพราะกลัวเพื่อนจะมองเป็นตัวอะไร วิชาคณิตศาสตร์ถามผมว่ายากมั้ย ผมไม่รู้ครับ เพราะผมสอนภาษาอังกฤษ กับคอมพิวเตอร์ แต่ก็เดินดูข้อสอบแล้วมันก็ยากพอสมควร วิชาภาษาไทยโอเคเลย เด็กไทยอ่านออก แต่มีการถามแบบคิดวิเคราะห์ มีการอ่านแล้วถามความคิด จนมาถึงวิชาของตัวครูใจละทีนี้ ภาษาอังกฤษ เด็กทำข้อสอบเสร็จตั้งแต่ 30 นาทีแรก จนครูใจก็คิดว่านะครับว่า เด็กเค้าอ่านข้อสอบหรือเปล่า ส่วนหนึ่งในความคิดของครูใจก็คิดว่าเด็กไทยแปลไม่ได้  80 เปอร์เซนต์เด็กอ่านไมได้ ซึ่งข้อสอบนั้นกำหนดสถานการณ์ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน แล้วถามว่าจะพูดอย่างไร หากนักเรียนแปลสถานการณ์ไม่ได้ นักเรียนก็หาคำตอบมาเติมไม่ได้  ดังนั้นพอนักเรียนทำไม่ได้ก็ไม่คิดจะทำ ซึ่งนักเรียนบางคนหนีสอบวิชาภาษาอังกฤษ แต่วันนี้มาสอบอีก  ตกลงการสอบวัดโอเน็ต ทำเพื่ออะไรกันครับ เด็กไม่ได้อ่าน ไม่ได้เตรียมตัวมาเลย เด็กที่มาสอบโอเน็ตมาสอบเพื่อสอบให้เสร็จ ๆ ครูจะได้ไม่ด่า สอบได้คะแนนดี – ไม่ดี นักเรียนไม่สน ทำให้นักเรียนคิดว่าการสอบนี้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อเขาเลย จนกลายเป็นว่าเค้าได้ให้ความสำคัญกับการสอบ ในโรงเรียนก็เช่นกัน นักเรียนสอบตก เดี๋ยวก็แก้ได้ เพราะอย่างไร รัฐบาลบอกว่าห้ามนักเรียนติด 0 , ร เด็ก ๆ ก็ยิ่งได้ใจใหญ่ แต่ในโรงเรียนใหญ่ ๆ ที่มีการแข่งขันสูง การสอบโอเน็ต เป็นการชี้ชะตาว่านักเรียนคนนั้นจะได้เรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงต่อไปอีกหรือไม่ หน้าตาของพ่อแม่ ทำให้เด็กต้องกระตือรือร้นในการเรียน แตกต่างจากเด็กต่างจังหวัด ครับอันนี้เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นการสอบในวันนี้ในแง่คิดของครูใจ อาจจะตรงข้ามกับความคิดเห็นของหลายท่าน